2T Thailand
บอร์ดเก่า Up รูป Torrentmove Up รูป imageshack วิธี่ Post รูป
พฤศจิกายน 20, 2017, 04:35:18 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
2T Thailand  |  MENU  |  ห้องคุยกัน ควันโขมง  |  หัวข้อ: การเปลี่ยนซีลโช็คหน้า nsr 150 rr
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การเปลี่ยนซีลโช็คหน้า nsr 150 rr  (อ่าน 1641 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
keerathiseeket
คนตอบกระทู้น้อย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 01:01:12 PM »

อยากลองเปลี่ยนด้วยตัวเองอะครับ ทั้งซีลน้ำมันและกันฝุ่น ขอวิธีเปลี่ยน กับเติม หน่อยครับ  yocifans004 yociexp76
บันทึกการเข้า

0943156855
keerathiseeket
คนตอบกระทู้น้อย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 01:13:32 PM »

แต้ถ้ายาก คงจะให้ร้านรับภาระละ ครับ อิๆ
บันทึกการเข้า

0943156855
Gear7
คนตอบกระทู้บ้างนิดๆ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 12:36:50 PM »


จะกล่าวว่ามีความยากในการปฏิบัติงานนั้นสำหรับงานซ่อมบำรุงรักษา(เปลี่ยนซีลน้ำมันช็อคอัพและซีลกันฝุ่น) ก็ไม่เชิงนั้นสักกระไรนักครับ
เพียงแต่หากมีทักษะงานช่างเป็นพื้นฐาน ความรอบคอบ การเอาใจใส่และประเมินความเป็นไปได้ทั้งทางบวกและทางลบ อีกทั้งอุปกรณ์
เครื่องมือที่จำเป็นจะต้องมีไว้ใช้งานครับ ...  ซึ่งหากจะกล่าวถึงเครื่องมือที่ควรจะมีนั้นสำหรับภารกิจนี้ (NSR-RR) ได้แก่ ...



1.หกเหลี่ยม(ตัวแอล)ด้ามยาวเบอร์ 6 เกรดดี เพื่อป้องกันความเสียหายของน๊อตหัวจมที่ปิดรูระบายน้ำมัน(ยึดกระบอกช็อคอัพกับแกนลูกสูบ)
2.ประแจแหวนเบอร์ 17, 14, 12, 10 หรืออาจจะเป็นลูกบล๊อกหก/แปดเ/สิบสอง เหลี่ยม พร้อมด้ามก็ได้ (อนุโลมหากไม่มีก็ใช้ประแจเลื่อน)
   หรืออาจจำเป็นต้องมีไขควงตอก พร้อมดอกหกเหลี่ยมเบอร์ 6 ยาวสัก 3.5 cm.ขึ้นไป ไว้ใช้ในกรณีที่กระทำภารกิจในข้อที่ 1 ไม่สำเร็จ
   (Impact Driver) ,  เหล็กงัดยาง , กาวทรีบอนด์ , ซีลกันฝุ่นและซีลน้ำมันตรงแบบรุ่นรถ(ของใหม่) , ค้อนเหล็ก ค้อนพลาสติก ค้อนยาง
   (อย่างใดอย่างหนึ่ง) เป็นต้น

3.ภาชนะสำหรับรองรับน้ำมันช็อคอัพที่ถ่ายออกมา (อาจใช้กระป๋องน้ำมันเครื่องมาตัดดัดแปลง เพื่อสำรวจปริมาตรน้ำมันเดิมที่มีอยู่ ว่ามีอยู่
   เท่าใด เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่มีข้อมูลปริมาตรน้ำมันช็อคอัพของรถรุ่นนั้นๆ) , ภาชนะที่มีระดับบอกปริมาตรวัดตวง (อาจไม่จำเป็นต้องมี) ,
   ไซริ้งค์ไว้ใช้ดูดหรือเติมน้ำมันช็อคอัพ สำหรับการตวงน้ำมันช็อคอัพผู้ปฏิบัติงานที่ต้องการความแม่นยำเป๊ะๆ  หรือ หลอดกาแฟ/ท่อยางขนาด
   พอดีกับส่วนปลายของหลอดไซริ้งค์เวลาที่จะดูดน้ำมันช็อคอัพส่วนเกินออก , ภาชนะที่มีความกว้างเพียงพอที่จะใช้ล้างชิ้นส่วนภายในกระบอก
   ช็อคอัพด้วยน้ำมันเบนซิน , กระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษอื่นๆ ที่มีความเหนียวกันซึมเปื้อนลงพื้นหรือฉีกขาดไม่ง่าย ไว้ปูรองพื้นเพื่อไม่ให้
   ชิ้นงานหรือคราบน้ำมันไหลหยดเปรอะเปื้อนพื้น

4.อุปกรณ์จำพวกแม่แรง ไม้หมอน วัสดุที่มีความแข็งแรงและมีความสูงเพียงพอที่จะนำมาใช้รองใต้เรือนเครื่องยนต์ ในยามที่รถจยย.ปราศจาก
   ยางล้อหน้า (ถูกถอดออกเวลาปฏิบัติงานเปลี่ยนซีลช็อคอัพ) เพราะหากรถจยย.หล่นโครมลงมา ก็จะเพิ่มงานทำสีรถหรือต้องซ่อมแซมอะไร
   ต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก

5.น้ำมันช็อคอัพ/น้ำมันเครื่อง/น้ำมันไฮดรอลิค/น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ/น้ำมันเฟืองท้าย ฯลฯ  หรือน้ำมันสูตรผีบอก/สูตรใดก็ได้ที่คุณเสพข้อมูลมา
   จากโลกอินเตอร์เน็ตมาแล้วแลเห็นว่าดี เจ๋ง เทพ หึหึหึ ... อ่า น้ำมันเบนซิน/แก๊สโซฮอล์ด้วยนะครับ เพื่อนำมาใช้ชะล้างชิ้นส่วนและอุปกรณ์
   ต่างๆ ที่ถอดออกมาจากระบบกันสะเทือนชุดหน้า



   ...  yociexp41

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2015, 07:07:02 AM โดย Gear7 » บันทึกการเข้า
Gear7
คนตอบกระทู้บ้างนิดๆ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 02:16:10 PM »


เมื่อพร้อมดีแล้วก็ลงมือเลยครับ เอ ... ผมลืมข้อ 6 ไป หากเป็นไปได้ ก็อาจจะต้องมีแรงงานมนุษย์เพิ่มมาสักหนึ่งคน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหา
ทางเทคนิคบางประการให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่ติดขัด อาทิ ช่วยจับ ช่วยส่ง เป็นต้น ..


สำหรับขั้นตอนการรื้อถอน ...   yociexp99




1.คลายน๊อตล้อหน้าก่อนครับ ด้วยประแจแหวนเบอร์ 14 (จะใช้ลูกบล็อกหรือประแจเลื่อนก็ตามแต่จะหาเครื่องมือและขนาดตรงเบอร์น๊อตก็เป็น
   อันใช้ได้ครับ ..... รับทราบโดยความเข้าใจตรงกันนะครับ ผมจะได้ไม่พิมพ์ข้อความให้เยิ่นเย้อ) จากนั้นใช้ประแจแหวนเบอร์ 12 ถอดชุดปั๊ม
   ดิสก์เบรคหน้าออกจากจุดติดตั้งเลยครับ+จุดยึดสายน้ำมันเบรคที่ติดกับกระบอกช็อคอัพออก และหาเชือกผูกโล้เกี่ยวไว้กับคันสตาร์ท/ท่อ
   ยางหม้อน้ำ เพื่อให้ปั๊มดิสก์ออกให้อยู่ห่างจากบริเวณล้อหน้าครับ จะได้สะดวกปฏิบัติงาน



2.จริงแล้วด้วยความจำเป็นในการนำแม่แรง/ไม้หมอน/วัสดุที่แข็งแรง มาหนุนรองใต้เรือนเครื่องยนต์ ควรจะถอดชุดสีแฟริ่งอกไก่ใต้ท้องเครื่อง
   ออกด้วยครับ เพราะจุดที่จะรองรับน้ำหนักได้ดี จะต้องรองวัสดุค่อนไปทางด้านหน้าของตัวรถ (เพราะล้อหน้าจะถูกถอดออก) ซึ่งชุดสีอกไก่
   ของรถรุ่นนี้จะเหลือช่องว่างตรงกลางด้านล่างที่เป็นส่วนปล่องของท่อไอเสีย หากวางวัสดุหนุนรองไว้ตรงนี้ก็จะทำให้รับน้ำหนักของตัวรถ
   ได้ไม่ดี(เวลาล้อหน้าถูกถอดออก) หรือวางหนุนรองใต้ชุดสีอกไก่ ก็อาจทำให้สีถลอก หูจุดยึดแตกหักได้ เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รอง
   รับน้ำหนักและแรงกดทับได้ดีถึงขนาดนั้น

       เมื่อหนุนรองวัสดุใต้ท้องเครื่องยนต์ดีแล้วจนกระทั่งล้อหน้าลอยตัวสูงจากพื้นไม่ต้องมากนัก ลองโยกหมุนคอรถจยย.ซ้ายทีขวาที ดูว่ารถ
       จยย.โอนเอนไปมาไหม (ขาตั้งข้างกางอยู่) ถ้ามั่นคงและมั่นใจว่ารถจยย.จะไม่หล่นตุ้บ ก็ถอดเพลาล้อหน้า (เก็บน๊อต โบลท์ เพลา บู๊ช
       วางให้เป็นที่เป็นทาง) และดึงล้อหน้าลงมาครับ



3.เอากุญแจสตาร์ทรถทำการล็อคคอรถ จากนั้นนำหกเหลี่ยมตัวแอลเบอร์ 6 ใช้ด้ามยาวสอดเข้าไปใต้กระบอกช็อคอัพ และใช้ค้อนยางตอกเข้า
   ไปด้วยแรงมือพอดีๆ ดังเป๊กๆ เพื่อให้หกเหลี่ยมตัวแอลลงเข้าไปพอดีหัวน๊อตที่อยู่ใต้กระบอกช็อคอัพ จากนั้นหาวิธีเพิ่มแรงบิดในการขันออก
   ซึ่งจะใช้ประแจแหวนสอดเข้าไปที่หกเหลี่ยมตัวแอลก็ได้ จากนั้นออกแรงขันทวนเข็มนาฬิกา อาจต้องใช้แรงเล็กน้อยถึงปานกลาง หากรถไม่
   เคยขันโบลท์ตัวนี้เลยสักครั้ง/มีน้ำยาล็อคเกลียวป้ายไว้อยู่   ซึ่งหากขันออกได้ด้วยขั้นตอนนี้ ก็หมุนจนโบลท์หลุดลงมาเลย และหาภาชนะมา
   รองรับน้ำมันช็อคอัพด้วย ดึงกระบอกช็อคอัพขึ้นๆ ลงๆ เพื่อให้น้ำมันไหลออกมาให้มากที่สุด จนน้ำมันไหลจนคิดว่าน่าจะหมดแล้ว ก็ดำเนินการ
   ปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้กับกระบอกช็อคอัพอีกข้างหนึ่ง

   3.1 ทีนี้หากสมมติว่าลองขันแล้วไม่ออกล่ะจะทำเช่นไรดี  ซึ่งหากปฏิบัติแล้วไม่ออก ก็ไม่ควรฝืนจนหัวโบลท์เสียเหลี่ยมนะครับ ก็ต้องเปลี่ยน
        วิธีไปใช้ไขควงตอกพร้อมดอกหกเหลี่ยมที่มีความยาวมากกว่า 3.5 cm นี้ล่ะครับ มาช่วยเอาให้ออก ซึ่งจากความสูงของวัสดุที่นำมา
        หนุนรองนั้นน่าจะมีความสูงที่เพียงพอที่จะมีระยะเหวี่ยงค้อน ตอกลงบนอิมแพ็คสัก 1-2 เป๊กก็ออกแล้วครับ พอแต่ให้น๊อตคลายตัวก่อน
        จากนั้นก็ให้กระทำเช่นเดียวกันกับกระบอกช็อคอัพอีกข้างหนึ่ง

             ซึ่งกรณีนี้อาจจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์เพิ่มอีกหนึ่งคน มาช่วยจับรถให้มั่นเพื่อป้องกันรถจยย.พลิกล้มจากแม่แรง/หมอนรอง หรือ
             ช่วยจับโยกรถให้เอียงตะแคงมากขึ้นอีกนิด เพื่อให้ตัวเราซึ่งนั่งอยู่ด้านล่างของตัวรถจะได้มีพื้นที่เหวี่ยงค้อนตอกลงบนอิมแพ็คได้
             สะดวกขึ้นน่ะครับ


   3.2 จากนั้นทำการขันโบลท์ยึดบังโคลนหน้าด้วยประแจแหวน (เบอร์ 10 หรือเบอร์ 8 ผมก็ไม่แน่ใจนัก) และปลดบังโคลนหน้าลงมาครับ
         และหมุนโบลท์ใต้กระบอกช็อคอัพทีละข้างจนน้ำมันไหลลงมาจนคาดว่าน่าจะหมดแล้ว จากนั้นก็ดึงกระบอกช็อคอัพลงมาจนหลุดจาก
         แกนช็อคเลยครับ และวางกระบอกช็อคอัพไว้กับพื้นที่ปูด้วยวัสดุกันเปรอะเปื้อน   จากนั้นก็เริ่มลงมือกระทำการเช่นเดียวกันกับช็อคอัพ
         อีกข้างหนึ่ง

         * กรณีจากข้อที่ 3 ซึ่งปฏิบัติแล้วทำอย่างไรก็ไม่ออก ก็ไม่ควรฝืนปฏิบัติงานต่อครับ ประกอบล้อรถจยย.+ปั๊มดิสก์เบรคกลับเข้าที่เดิม
            แล้วขับขี่รถไปให้ร้านที่มีเครื่องมือพร้อมและช่างที่ชำนาญงานทำจนเบ็ดเสร็จทุกขั้นตอนและรอชำระเงินดีกว่าครับ  ให้คุณละไว้ใน
            พื้นฐานความเข้าใจว่าตัวเราเองนี้ยังขาดความพร้อมด้านเครื่องมือที่ไม่ครบถ้วนหรือเครื่องมือที่ไม่เหมาะสมกับงานที่จะปฏิบัติครับ



4.งัดซีลกันฝุ่นออกจากกระบอกช็อคอัพ ซึ่งจะใช้ปากแบนที่มีความบางเรียบค่อยๆ แซะรอบวงปากกระบอกก็ได้ครับ เพื่อไม่ให้ซีลกันฝุ่นเสียรูป
   หากยังต้องการจะนำมาใช้งานต่อ หรือจะใช้เหล็กงัดยาง หรือวัสดุเนื้อแข็งงัดออก หากไม่สนใจความเยินและเสียหายของซีลกันฝุ่นตัวเก่า

   4.1 งัดสปริงคลิบล็อคซีลกั้นน้ำมันออกครับ(สปริงเหลี่ยมหยัก) ค่อยๆ งัดเบามือก็ออกแล้ว ซึ่งจะเห็นซีลกั้นน้ำมันในลำดับถัดไป ก็ใช้เหล็กงัด
         ยาง หรือวัสดุเนื้อแข็งทำการงัดออกครับ งัดวนโดยรอบปากกระบอกช็อคอัพ เพื่อให้ซีลขึ้นมาเสมอกัน ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นๆ อาจหา
         ผ้าหนาๆ มารองบนบ่ากระบอกช็อคอัพด้วย ป้องกันความเสียหายของบ่ากระบอกช็อคอัพหัก แตก บิ่น ร้าว ซึ่งถูกเหล็กงัดยางกระทำ
         ซึ่งขั้นตอนนี้หากไม่มีการติดขัดในการงัดออก ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  จากนั้นให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกระบอกช็อคอัพอีกข้างหนึ่ง

         * กรณีเอาออกไม่ได้ ก็สามารถนำกระบอกช็อคที่มีซีลกั้นน้ำมันเก่าติดอยู่นี้ นำไปจุ่มแช่ต้มในน้ำร้อนก็ได้ครับเพื่อให้ซีลยางอ่อนตัวลง
            ก็จะสามารถงัดออกได้โดยง่าย (แต่ก็เพิ่มอุปกรณ์ขึ้นมาซึ่งไม่เกี่ยวกับงานช่างเลย คือ เตาแก๊ส น้ำ(ต้มจนร้อน) และภาชนะใช้สำหรับ
            ต้มน้ำหรือรองรับน้ำร้อน)


    4.2 ใช้ประแจแหวนเบอร์ 17 หมุนหัวฝาปิดแกนช็อคอัพที่อยู่ด้านบนสุดออกทั้งสองข้าง (วางเป็นที่เป็นทาง) เอาปลอก(บู๊ชสปริง) แหวน
          สปริง สปริงช็อคอัพ ดึงขึ้นมาเพื่อจะทำการล้างน้ำมันเบนซิน ส่วนแหวนลูกสูบ ลูกสูบพร้อมสปริงลูกสูบ บู๊ชกั้นน้ำมันลูกสูบก็ให้หาวัสดุ
          เป็นแท่งยาวมาสอดด้านล่างเพื่อดันขึ้นไปโผล่ทางด้านบนปากแกนช็อคอัพ และนำชิ้นส่วนทั้งหมดนี้มาทำการล้างด้วยน้ำมันเบนซิน
          (หัวฝาปิดไม่ต้องนำมาล้างนะครับ เดี๋ยวโอริ่งซึ่งเป็นยางจะแข็งและเสียหาย ทำให้ป้องกันการรั่วซึมได้ไม่ดี) ;  ส่วนภายในแกนและ
          กระบอกช็อคอัพก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน


    4.3 การล้างชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยน้ำมันเบนซิน ก็อาจเทน้ำมันเบนซินลงลงในขวดพลาสติกที่มีความเหนียวอยู่บ้าง ฝาขวดก็เจาะรูให้มีรูพรุนพอ
          ประมาณ (แบบคว่ำขวดแล้วบีบให้น้ำมันเบนซินไหลออกมาเป็นฝอย) และทำการล้างชิ้นส่วนต่างๆ ในภาชนะที่รองรับสิ่งสกปรกของ
          น้ำมันช็อคอัพเก่าที่ติดค้างตามชิ้นส่วนอุปกรณ์เมื่อมีการชะล้าง ; ส่วนภายในแกนช็อคอัพก็ให้ละเลงบีบพ่นน้ำมันเบนซินลงไปเพื่อชะล้าง
          คราบน้ำมันช็อคอัพเก่าเช่นเดียวกันครับ (ปฏิบัติทั้งสองข้างโดยมีภาชนะรองรับอยู่ด้านล่าง)



5.จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ทำการชะล้างเสร็จสิ้นดีแล้วมาวางผึ่งลมบนวัสดุปูพื้นที่สะอาด  จับวางเรียงให้ถูกต้องด้วยก็จะเป็นการดีนะครับ ผู้ปฏิบัติงาน
   มือใหม่จะได้ไม่หลงลืมว่าชิ้นส่วนไหนอยู่ตำแหน่งไหน ลำดับก่อนหรือหลัง เป็นต้น




...  yociexp36

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2015, 10:29:56 AM โดย Gear7 » บันทึกการเข้า
Gear7
คนตอบกระทู้บ้างนิดๆ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 03:04:18 PM »


ขั้นตอนการประกอบติดตั้ง ...  yociexp45




1.ประกอบซีลกั๊นน้ำมันลงในกระบอกช็อคอัพก่อนครับ นำน้ำมันช็อคอัพปาดทาบริเวณขอบซีลเพื่อให้ใส่ได้ง่าย ใช้มือกดบ่าซีลวนรอบ
   ด้วยนิ้วมือจนสุดแรงนิ้วมือแล้ว จากนั้นนำซีลกั้นน้ำมันตัวเก่านี้ล่ะครับ วางลงบนซีลกั้นน้ำมันตัวใหม่อีกครั้งและใช้ค้อนตอกลงไปครับ
   จนกระทั่งซีลน้ำมันตัวใหม่นั่งลงไปจนสุด จากนั้นก็งัดซีลกั้นน้ำมันตัวเก่าออกครับ

   1.1 พิจารณาดูแหวนล็อคซีลน้ำมันด้วยก็ดีครับ หากสนิมเกาะเล็กน้อยแลดูยังมีความเหนียวไม่เปราะ ให้ลูบถูผิวโลหะด้วยกระดาษ
        ทรายเพียงเล็กน้อยพอ ลูบน้ำมันช็อคลงบนผิวแหวนล็อคสักหน่อยและประกอบเข้าไปในกระบอกช็อคอัพครับ แต่หากแหวนล็อค
        เก่ามาก มีความเปราะบาง(คาดหมายว่าหากมีการนำไปใช้งานต่อไปน่าจะหัก) ก็ทำการเปลี่ยนใหม่ครับ ราคาก็ไม่กี่ตังค์ ..

             จากนั้นประกอบซีลกันฝุ่น โดยใช้แรงนิ้วมือกดวนโดยรอบจนสุดครับ ;  เสร็จดีแล้วจึงเริ่มประกอบซีลกั้นน้ำมัน แหวนล็อคและ
             ซีลกันฝุ่นในกระบอกช็อคอัพอีกข้างหนึ่ง


   1.2 นำผ้าสะอาดที่คิดว่าเมื่อนำไปเช็ดถูสิ่งใดแล้วจะไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนพื้นผิวนั้นๆ มาเช็ดถูทำความสะอาดภายนอกแกนช็อคอัพ
        และให้พิจารณาริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนตัวแกนช็อคอัพด้วยครับ ว่ามีการสึกหรอมากน้อยเพียงใด ทั้งรอยขูดขีด ร่องหลุมรอยกะเทาะ
        ขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการขับขี่จยย.บนทางสัญจรทั่วไป/ทุรกันดาร (สะเก็ดหินตกกระทบ) หรือแม้แต่ร่องรอยที่
        เกิดขึ้นเป็นตามด รูปร่างของแกนช็อคอัพไม่ตรงหรือบิดรูป สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการรั่วซึมของน้ำมันช็อคอัพได้ หรือทำให้
        ซีลกั้นน้ำมันมีอายุการใช้งานที่สั้นลง เพราะบาดหรือเบียดซีลจนผิดรูปและเสียหาย ..

             โดยการเช็ดถูด้วยผ้าสะอาด ก็เพื่อลดหรือระงับไม่ให้มีเศษฝุ่นเม็ดละออง แอบหลุดแทรกซีลกันฝุ่นเข้าไปบาดเนื้อซีลนั่นเอง
             ครับ ; คือพยายามทำให้เกิดความสะอาดให้มากที่สุดเข้าไว้



2.นำสปริงลูกสูบสวมลงในลูกสูบ และนำใส่ลงในกระบอกช็อคอัพทางด้านบน จากนั้นใส่แหวนลูกสูบลงไป ตามด้วยสปริงช็อคอัพ แหวน
   รอง ปลอก(บู๊ชสปริง) ลงไปตามลำดับ และทำการปิดฝาหัวแกนช็อคอัพโดยใช้นิ้วมือหมุนจนสุดแรงนิ้วมือก็พอ ให้ปฏิบัติกับแกนช็อค
   อัพทั้งสองข้างเลยครับ

   2.1 นำบู๊ชกั้นน้ำมันสวมที่ส่วนปลายลูกสูบด้านล่าง (ทั้งสองข้าง) จากนั้นนำกระบอกช็อคอัพที่ประกอบซีลกั้นน้ำมันและซีลกันฝุ่นเรียบ
         ร้อยดีแล้ว มาสวมเข้ากับแกนช็อคอัพ ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องค่อยๆ กระทำโดยสวมให้ตรงอย่าให้เบี้ยวหรือเอียง เพราะอาจทำให้แกน
         ช็อคอัพเบียดกับเนื้อซีลจนฉีกขาดและเสียหาย ซึ่งจะมีผลต่อการรั่วซึมขึ้นได้เมื่อมีการนำรถจยย.ไปใช้งาน  ดันกระบอกช็อคอัพ
         ขึ้นไปจนสุดจนรู้สึกว่าชนวัตถุอะไรสักอย่างภายในนั้นแล  ;  จากนั้นก็ปฏิบัติตามข้อนี้กับกระบอกช็อคอัพอีกข้างหนึ่ง

   2.2 นำบังโคลนหน้ามาประกอบติดตั้ง โดยขันโบลท์ทั้งสี่ตัว (ข้างละ 2 ตัว) เอาพอตึงแรงนิ้วมือก็พอครับ  ซึ่งขั้นตอนนี้เพียงแต่จะจับ
         กระบอกช็อคอัพทั้งสองข้างไม่ให้หมุนตามเวลาที่ทำการขันโบลท์หกเหลี่ยมหัวจมที่ปิดรูระบายน้ำมันช็อคอัพเท่านั้นเอง

   2.3 ล็อคคอรถจยย.อีกครั้ง เตรียมแหวนและโบลท์ปิดกั้นรูระบายน้ำมันช็อคอัพที่ทำความสะอาดดีแล้ว (ความหมายคือแหวนและหัว
         โบลท์อยู่ในสภาพดี) นำกาวทรีบอนด์มาป้ายละเลงที่แหวนรองสักเล็กน้อย จากนั้นนำตัวแอลหกเหลี่ยมด้ามยาว และใช้ส่วนปลาย
         ยาวนี้สวมลงในหัวโบลท์ ใช้ข้อมือออกแรงดันกระบอกช็อคอัพขึ้นไปจนสุด(ให้คุณออกแรงสู้แรงสปริงที่อยู่ภายในด้วย ซึ่งก็ไม่ได้
         ออกแรงดันอะไรมากมายแบบทุ่มสุดตัวเพียงนั้น) ขันโบลท์หมุนเข้าไปตามเข็มนาฬิกาเลยครับจนสุดแรงนิ้วมือ จากนั้นก็ใช้ประแจ
         แหวนสวมเข้ากับหกเหลี่ยมตัวแอลเพื่อเพิ่มแรงบิด โดยหมุนอีกสัก 1/8 รอบ ก็เพียงพอแล้วครับ น้ำมันช็อคอัพไม่รั่วซึมหรือเป็นกังวล
         ว่าโบลท์จะหลุดออกมาครับ

              จากนั้นก็ทำแบบนี้เช่นเดียวกันกับกระบอกอัพอีกข้างหนึ่งครับ ; ซึ่งกระบวนการขั้นตอนนี้จะไม่ใช้กาวทรีบอนด์ก็ได้ครับ ถ้าแหวน
              รองและเกลียวโบลท์อยู่ในสภาพดี แต่ผมนิยมความชัวร์จึงใช้กาวทรีบอนด์มาร่วมด้วย จบและปิดงานดี และไม่นิยมใช้ไขควงตอก
              อีกด้วยเช่นกัน เพราะสำหรับผมเห็นว่าสำหรับภารกิจงานนี้ ใช้แรงมือนี้ล่ะเพียงพอแล้ว

                   ระหว่างรอกาวทรีบอนด์แห้งเซ็ทตัวดีทั้งกระบอกช็อคอัพสองข้าง ให้ทำการขันโบลท์ที่ยึดบังโคลนหน้าให้แน่นดีอีกครั้งด้วย
                   ประแจ จากนั้นคุณอาจจะเดินไปล้างมือและพักผ่อนสักครู่ก็ได้ครับ  หรือถ้าไม่เหนื่อยก็จะตรวจสอบดูปริมาณน้ำมันช็อคอัพเก่า
                   ที่ถ่ายออกมาเพื่อสำรวจดูว่ามีสภาพเป็นอย่างไร หรือมีปริมาตรเท่าใด .. ก็ได้ครับ ซึ่งปริมาณน้ำมันช็อคอัพที่ถ่ายออกมาในแต่
                   ละข้าง อาจจะมีมากกว่า/น้อยกว่า ปริมาตรมาตรฐานของรถรุ่นนี้ก็ได้

                        แต่หากคุณชอบความนุ่ม/ปึ้กประมาณนี้ ก็คงต้องเติมน้ำมันช็อคอัพในปริมาณที่เท่ากันกับที่ถ่ายออกมาต่อหนึ่งข้างนี้



3.เปิดฝาปิดหัวแกนช็อคอัพทั้งสองข้างอีกครั้งครับ นำบูชสปริง แหวนรอง สปริงช็อคอัพ ออกมาวางบนวัสดุปูพื้นที่สะอาดอีกครั้ง จากนั้น
   ทำการตวงน้ำมันช็อคอัพใหม่ (หรือสูตรน้ำมันชนิดใดที่คุณอยากจะใส่) ลงในภาชนะที่มีสเกลบอกวัดระดับ หรือจะใช้ไซริ้งค์ดูดขึ้นมาก็ได้
   ครับ (ไซริ้งค์กระบอกเล็กก็ต้องดูดตวงหลายครั้งหน่อย) ** สำหรับรถจยย.รุ่นนี้ใช้น้ำมันช็อคอัพที่ 188 ซีซี (เบอร์ 10) **

   ปริมาตรน้ำมัน 188 ซีซี (เบอร์ 10) สำหรับผมใช้งานแล้วไม่ค่อยชอบนัก คุณอาจจะลองเพิ่มปริมาณน้ำมันขึ้นเองก็ได้ (น้อยไปก็เติม
   มากไปก็ดูดออก) ต้องลองหาความเหมาะสมสำหรับตัวคุณเองครับ บางผู้ใช้งานเองอาจต้องเปลี่ยนประเภทของน้ำมันเลยก็มี คงด้วย
   น้ำมันช็อคอัพที่เลือกมีความหนืดสูงเท่าที่จะหาได้ยังไม่เป็นที่พอใจ ก็เลยต้องเปลี่ยนน้ำมันชนิดอื่นๆ ที่มีความหนืดสูงเป็นพิเศษ

   3.1 เมื่อเติมน้ำมันช็อคอัพใหม่ลงในกระบอกช็อคอัพทั้งสองข้างแล้ว ให้ใช้มือจับกระบอกช็อคอัพข้างใดก็ได้ ดันขึ้นจนสุด ดึงลงจนสุด
         กระทำอย่างช้าๆ และหลายๆ ครั้ง (สัก 10-20 ครั้งก็ได้ กล้ามแขนจะได้โตๆ) เพื่อไล่ฟองอากาศออกจากระบบ ; เมื่อเป็นที่พอใจ
         แล้วก็ให้ดึงกระบอกช็อคอัพลงมาจนสุดครับ

   3.2 จากนั้นก็ให้ทำการใส่สปริงช็อคอัพ แหวนสปริง บู๊ชสปริง และขันฝาปิดหัวแกนช็อคอัพ โดยหมุนด้วยแรงนิ้วมือก่อนเพื่อป้องกันการ
         ปีนเกลียว เมื่อสุดแรงนิ้วมือแล้วให้ใช้ประแจแหวนเบอร์ 17 ขันตามอีกครั้งด้วยแรงอีกเล็กน้อย โดยปฏิบัติแบบเดียวกันนี้กับช็อคอัพ
         ทั้งสองข้างครับ



4.ประกอบล้อยางหน้า โดยใส่บู๊ช ตลับวัดความเร็ว โดยสอดแกนเพลาเข้าไปในรูเพลาล้อ ขันน๊อตด้วยประแจเบอร์ 14 แต่เพียงเบาแรงมือ
   ปลดแม่แรงและหมอนหนุนรองใต้ท้องเครื่องลง จากนั้นก็ขันน๊อตเพลาล้อหน้าด้วยประแจเบอร์ 14 โดยใช้แรงขันพอดีๆ อีกครั้งครับ และ
   ทำการประกอบชุดปั๊มดิสก์เบรคหน้าเข้ากับหูจับที่ตัวกระบอกอัพด้านขวาด้วยประแจเบอร์ 12 อีกครั้ง(หูยึดสายน้ำมันเบรคด้วย) จากนั้น
   ลองบีบเบรคมือและขย่มรถดูระยะยุบตัวของแกนช็อคอัพจนสุดตัวครับ แลดูว่าอยู่ทีระดับใดหากมีระยะยุบตัวมากไปก็เติมเพิ่มเข้าไปอีกนิด
   หรือระยะยุบตัวน้อยไปก็ดูดออกอีกหน่อย  เป็นต้น

        หากจะให้ดี ภายหลังจากการตรวจสอบงานซ่อมบำรุงรักษาเป็นที่เรียบร้อยดีแล้ว ผมแนะนำว่าให้นำรถจยย.ออกไปทดลองขับขี่ที่ถนนดู
        ดีกว่า (ปลอดโปร่งโล่งคนและยานพาหนะใช้สัญจรน้อย) เพื่อทดสอบความพึงพอใจของคุณสมบัติความหนืดของน้ำมันที่นำมาใช้เติมและ
        ปริมาตรน้ำมันที่เติมเข้าไปนั้นเหมาะสมดีหรือไม่อย่างไร และหมั่นเช็ดถูและทำความสะอาดแกนช็อคอัพเป็นระยะๆ ครับ เพื่อตรวจดูการรั่ว
        ซึม ซึ่งการเปลี่ยนซีลกั้นน้ำมันใหม่ๆ จะมีคราบน้ำมันที่หล่อลื่นซีลเล็ดลอดออกมาบ้าง ...


        * ซึ่งการจะเติมเข้าไปใหม่ หรือดูดน้ำมันช็อคอัพออกนั้น ก็ต้องจับรถหนุนด้วยแม่แรงหรือหนุนหมอนจนล้อหน้ายกลอยตัวนั้นอีกครั้ง เพื่อ
           ทำการขันฝาปิดหัวแกนช็อคอัพ ; เติมเข้าไป/ดูดออก ขันเกลียวปิดฝาหัวช็อคอัพ นำรถออกไปทดสอบ ซึ่งอาจจะต้องกระทำแบบเดียว
           กันนี้(หรือต้องปฏิบัติอีกหลายครั้ง) ล่ะครับจนกว่าผู้ใช้งานจะพึงพอใจ

           อนึ่ง การจะเติมเพิ่ม/ดูดออก น้ำมันช็อคอัพนี้อาจจะกำหนดเป็นปริมาตรซีซี .. ก็ได้ครับ เช่นเติมเพิ่ม/ดูดออก ครั้งละ 5 ซีซี  เป็นต้น



5.เมื่อเซ็ทอัพช็อคอัพหน้าพึงพอใจแล้ว จึงค่อยประกอบชุดสีแฟริ่งอกไก่ครับ ; ถ่ายทิ้งน้ำมันช็อคอัพเก่ารวมทั้งน้ำมันเบนซินที่เกิดจาก
   การชะล้างลงในภาชนะที่เหมาะสม ไม่ทิ้งลงในคูคลองหรือเทลงดินเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดพื้นที่และบริเวณทางที่ใช้ซ่อม
   บำรุงรถ และเก็บเครื่องมือช่างให้เป็นที่เป็นทาง




ไม่ยากไปนะครับ ยูก็ทำได้ .... yociexp108 yociexp106


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2015, 11:34:47 AM โดย Gear7 » บันทึกการเข้า
keerathiseeket
คนตอบกระทู้น้อย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 05:57:44 PM »

โห ได้ความรู้แน่นปึก ขอบคุนทุกๆจ้า
บันทึกการเข้า

0943156855
Gear7
คนตอบกระทู้บ้างนิดๆ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 06:02:54 PM »


        


เพิ่มเติมภาพประกอบครับ ชิ้นส่วนภายในกระบอกช็อคอัพ ใช้ในการอ้างอิงข้อความที่ผมพิมพ์นำเสนอไป
อาทิ บู๊ชสปริง คือหมายเลข 3        อย่างนี้ เป็นต้น ....


เวลาประกอบใส่ จะได้เรียงชิ้นส่วนลำดับก่อน/หลังได้ถูกต้อง  yociexp99

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2015, 06:05:00 PM โดย Gear7 » บันทึกการเข้า
keerathiseeket
คนตอบกระทู้น้อย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 06:14:53 PM »

ก็อบลงWordเก็บในคอมเลย yociexp108
บันทึกการเข้า

0943156855
mosso
เป็นพวกบ้าอำนาจ
คนตอบกระทู้มากมายมหาศาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3063


ชื่อเอก ตัวดำ หน้าตาดี มีNขี่ด้วย


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 07, 2015, 11:14:19 AM »

 yociexpress01 yociexpress01 yociexpress01 yociexp32
บันทึกการเข้า

yociexp122T THAILAND เว็บบอร์ดรถเก่า แต่ยังเร้าใจ
keerathiseeket
คนตอบกระทู้น้อย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 10, 2015, 05:44:12 PM »

ทำเสร็จแล้วครับ พึ่งทำวันนี้จบที่การต้ม JFBQ00125061225b
บันทึกการเข้า

0943156855
Gear7
คนตอบกระทู้บ้างนิดๆ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 13, 2015, 07:21:02 AM »


ยินดีกับความสำเร็จด้วยครับ ...




ผมขอทำการแก้ไข/เพิ่มเติม/ตัดทอน ข้อความและประโยคบางท่อนบางตอน บางบรรทัด ในแต่ละกระทู้ที่นำเสนอในหัวข้อนี้นะครับ
เพราะผมกลับมาอ่านใหม่และตรวจทานอีกครั้ง บางข้อความก็ใช้คำหรือข้อความไม่ถูกต้อง/ทำให้เข้าใจผิดไป  อาทิเช่น
กระทู้ที่ 2 ในข้อ 3.1 ในความประโยคที่ ......


   3.1 ทีนี้หากสมมติว่าลองขันแล้วไม่ออกล่ะจะทำเช่นไรดี  ซึ่งหากปฏิบัติแล้วไม่ออก ก็ไม่ควรฝืนจนหัวโบลท์เสียเหลี่ยมนะครับ
        ก็ต้องเปลี่ยนวิธีไปใช้ไขควงตอกพร้อมดอกหกเหลี่ยมที่มีความยาวมากกว่า 3.5 mm นี้ล่ะครับ



ซึ่งข้อความที่ควรจะถูกต้องคือ ดอกหกเหลี่ยมที่มีความยาวมากกว่า 3.5 cm (เซนติเมตร)  .... ครับ
ดังเช่นนี้ เป็นต้น





โดยภาพรวมของกระทู้ทั้งหมดในหัวข้อนี้ ผมจึงทำการแก้ไขใหม่ล่าสุดและทั้งหมดอีกครั้ง  โดยเหตุผลที่กล่าวไปครับ


...  JFBQ00135070103B

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2015, 10:18:50 AM โดย Gear7 » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
2T Thailand  |  MENU  |  ห้องคุยกัน ควันโขมง  |  หัวข้อ: การเปลี่ยนซีลโช็คหน้า nsr 150 rr
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF 2TThailand Copyright 2009